ข่าวประชาสัมพันธ์
10 กันยายน 2569
Apple เผยโฉม iPhone Duo
iPhone Duo มาในดีไซน์สุดล้ำแบบพับได้ที่ทั้งสวยงาม อเนกประสงค์ และทนทาน พร้อมเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้มากมายที่ให้ความรู้สึกแบบใหม่หมดแต่ยังคงคุ้นเคยอย่างน่าทึ่ง
คูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย วันนี้ Apple เปิดตัว iPhone Duo ซึ่งเป็น iPhone แบบพับได้รุ่นแรก เมื่อกางเปิด นี่คือ iPhone ที่บางที่สุดเท่าที่เคยมีมาพร้อมจอภาพด้านในขนาด 7.6 นิ้วซึ่งเป็นผืนผ้าใบขนาดใหญ่ที่เหมาะสำหรับการดูคอนเทนต์ เล่นเกม และทำงานมัลติทาสก์ อีกทั้งยังมาพร้อมพื้นผิว Nano-texture แบบพิเศษที่ช่วยลดแสงสะท้อนเพื่อมอบประสบการณ์การดูที่ยากจะหาใครเทียบ และเมื่อพับปิด จอภาพด้านนอกขนาด 5.4 นิ้วจะให้พื้นที่หน้าจอถึง 90% ของ iPhone 18 Pro ในดีไซน์กะทัดรัดที่พกพาสะดวก1 โดยจอภาพทั้งสองมีอัตราส่วนภาพเท่ากัน คอนเทนต์จึงปรับขนาดได้ลงตัวตามสัดส่วน เพื่อการรับชมที่ต่อเนื่องเป็นหนึ่งเดียว iPhone Duo สร้างมาให้ใช้งานได้ยาวนานด้วยการออกแบบฮาร์ดแวร์สุดล้ำและบานพับที่แม่นยำ จึงให้ความรู้สึกลื่นไหลและลงล็อคพอดีทุกครั้งที่ใช้ ส่วนชิป A20 Pro ใหม่ซึ่งเป็นขุมพลังขับเคลื่อน iPhone Duo นั้นก็มาพร้อมระบบจัดการความร้อนขั้นสูงด้วย Vapor Chamber ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ พร้อมกับสถาปัตยกรรมแบตเตอรี่แบบคู่ ซึ่งจะช่วยมอบประสิทธิภาพระดับโปรและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานตลอดวันอย่างน่าประทับใจ ทั้งยังมาพร้อมระบบกล้องสุดล้ำที่สามารถถ่ายภาพและวิดีโอได้อย่างสวยงามน่าทึ่ง และเมื่อนำมาผสานกับดีไซน์แบบพับ จึงเป็นการปลดล็อควิธีใหม่ๆ ที่สนุกสนานในการใช้กล้องซึ่งไม่สามารถทำได้บน iPhone รุ่นอื่นๆ ขณะที่ iOS 27 ได้รับการพลิกโฉมมาใหม่โดยยังคงไว้ซึ่งความคุ้นเคยและใช้งานง่าย พร้อมปรับให้เข้ากับหลากหลายวิธีที่ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับ iPhone Duo ได้
iPhone Duo มีให้เลือกในสองสีสวยงาม ได้แก่ สีสตาร์ไวท์และสีไนท์สกาย โดยสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม
"iPhone Duo ถือเป็นการพลิกโฉม iPhone ครั้งใหญ่ที่สุดจากรุ่นดั้งเดิม โดยดีไซน์แบบใหม่หมดและประสบการณ์ที่ใช้ง่ายนี้แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เป็นจริงได้ เมื่อฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ได้รับการออกแบบร่วมกัน พร้อมทั้งสร้างนิยามใหม่ให้กับการใช้งานโทรศัพท์แบบพับได้" John Ternus, CEO ของ Apple กล่าว "จอภาพที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPhone ที่ยังพกใส่กระเป๋าได้สบายๆ บวกกับพลังของชิป A20 Pro จะทำให้คุณเต็มอิ่มกับการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและทำสิ่งต่างๆ ได้เต็มประสิทธิภาพในทุกๆ ที่ ไม่ว่าจะสนุกกับคอนเทนต์ ทำงานมัลติทาสก์สลับไปมาระหว่างแอป หรือเล่นเกมบน iPhone Duo"
สองจอภาพ หนึ่งดีไซน์สุดล้ำ
iPhone Duo มาพร้อมจอภาพ iPhone ที่ใหญ่ที่สุดของ Apple ในดีไซน์แบบใหม่หมด เมื่อพับปิด iPhone Duo จะใช้งานด้วยมือเดียวได้อย่างสะดวกสบายและใส่ในกระเป๋าได้อย่างง่ายดาย โดยมีจอภาพ Super Retina XDR ด้านนอกขนาด 5.4 นิ้วที่มีพื้นที่หน้าจอถึง 90% ของ iPhone 18 Pro และเมื่อกางเปิด จอภาพ Super Retina XDR ด้านในขนาด 7.6 นิ้วจะมีขนาดใหญ่กว่า iPhone 18 Pro Max ถึง 50% จึงเป็นผืนผ้าใบที่เต็มอิ่มสมจริงไม่ว่าผู้ใช้จะทำอะไร พื้นผิว Nano-texture ระดับพรีเมี่ยมช่วยลดแสงสะท้อนและแสงจ้า ซึ่งจะสร้างผิวสัมผัสแบบด้านและช่วยลดรอยพับจนแทบมองไม่เห็นและให้ความรู้สึกดีเยี่ยมเมื่อสัมผัส ขณะที่กล้อง FaceTime ใหม่จะซ่อนอยู่ใต้จอภาพด้านในเมื่อไม่ได้ใช้งานเพื่อไม่ให้รบกวนหน้าจอ นอกจากนี้ จอภาพทั้งสองยังมีอัตราส่วนภาพเท่ากัน ซึ่งออกแบบมาให้สอดคล้องกับการใช้งาน iPhone โดยทั่วไปของผู้ใช้ ดังนั้น ไม่ว่าจะกางเปิดหรือพับปิด iPhone Duo ก็จะมอบประสบการณ์การใช้งานที่ต่อเนื่องเป็นหนึ่งเดียวเสมอ จอภาพยังมาพร้อม ProMotion, การแสดงผลแบบติดตลอด และความสว่างสูงสุดเฉพาะจุด 3,000 นิต เมื่ออยู่กลางแจ้ง และภายในปีนี้ iPhone Duo จะรองรับ Apple Pencil พร้อม USB-C ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้จดโน้ต สเก็ตช์ หรือทำเครื่องหมายบนเอกสารบนจอภาพใดก็ได้
Touch ID ผสานรวมอยู่ในปุ่มด้านข้างเพื่อการยืนยันตัวตนที่ง่ายดาย ปลอดภัย และวางใจได้ ไม่ว่า iPhone Duo จะกางเปิดหรือพับปิดอยู่ และผู้ใช้ยังสามารถใช้ Apple Watch เพื่อปลดล็อค iPhone Duo ได้อีกด้วย ทั้งยังมาพร้อมตัวควบคุมกล้องที่ช่วยให้เปิดใช้กล้องได้อย่างรวดเร็ว
ออกแบบมาเพื่อความทนทาน
iPhone Duo สร้างมาให้ใช้งานได้ยาวนานและสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งเหนือชั้นทุกครั้งที่ใช้งาน ตัวเครื่องทำจากไทเทเนียมเกรด 5 ที่แข็งแกร่งเอย่างหลือเชื่อ พร้อมพื้นผิวด้านนอกที่ขัดเงาอย่างเรียบหรูและฝาครอบบานพับที่พิมพ์แบบ 3D พร้อมผิวสัมผัสที่ผ่านกระบวนการไมโครบลาสต์ในสีตัดกัน ด้านหลังของตัวเครื่องได้รับการปกป้องด้วย Ceramic Shield และมาพร้อมด้านหน้าแบบ Ceramic Shield 2 ที่ทนการขีดข่วนได้ดีขึ้น 3 เท่า เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า iPhone Duo ยังทนน้ำ น้ำที่กระเด็นใส่ และฝุ่นที่ระดับ IP68 อีกด้วย2 บานพับได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมขึ้นจากส่วนประกอบมากกว่า 100 ชิ้นเพื่อควบคุมการเปิดและปิดได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งรับน้ำหนักส่วนกลางของจอภาพ จึงให้ความรู้สึกลื่นไหลและลงล็อคพอดี ภายในมีการเสริมแผ่นโครงเพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทาน ส่วนตัวแยกสายอากาศก็แทรกด้วยแผ่นใยเซรามิกที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กรอบจอภาพ
จอภาพด้านในได้รับการออกแบบมาให้ทนทานต่อร่องรอยจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมการเคลือบผิวที่ทนการขีดข่วนและชั้นเคลือบ Nano-texture ซึ่งทำมาจากโพลีเมอร์แบบเฉพาะที่มีความแข็งแรงทนทานกว่าวัสดุอื่นๆ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมสูงสุด 40% จึงช่วยปกป้องพื้นผิวจอภาพได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งกระจกความแข็งแรงสูงไว้ที่ด้านบนและใต้แผงจอภาพแบบพับโดยใช้สารยึดติดแบบเฉพาะที่ช่วยให้ชั้นจอภาพขยับเหลื่อมกันได้แบบเดียวกับหน้าหนังสือ จึงช่วยลดแรงกดจากการพับงอ และยังมีแผ่นไทเทเนียมที่ด้านล่างเพื่อเพิ่มความทนทานอีกระดับ
ระบบกล้องสุดล้ำพร้อมประสบการณ์ใหม่ๆ
iPhone Duo มาพร้อมระบบกล้องสุดล้ำที่จะมอบประสบการณ์ในแบบใหม่หมดซึ่งเป็นจริงได้ด้วยดีไซน์สุดล้ำ กล้อง Fusion Main 48MP ใหม่ให้ผู้ใช้ถ่ายภาพได้อย่างคมชัดที่ความละเอียดสูงสุด 48MP โดยที่ชัตเตอร์ไม่หน่วง หรือถ่ายภาพที่ความละเอียดเริ่มต้น 24MP เพื่อคุณภาพของภาพที่เหนือชั้นในขนาดไฟล์ที่เหมาะสำหรับการแชร์ และเข้าใกล้ตัวแบบได้มากขึ้นด้วยเทเลโฟโต้ 2 เท่า คุณภาพระดับออปติคัลที่รวมอยู่ในกล้อง นอกจากนี้กล้อง Fusion Main 48MP ยังได้รับประโยชน์จากกระบวนการประมวลผลภาพเชิงคำนวณใหม่เพื่อรายละเอียดที่คมชัด และยังถ่ายภาพได้ดีเยี่ยมในสภาวะแสงน้อยด้วยเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ รูรับแสงที่เร็ว และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคัลที่ใช้การปรับตำแหน่งเซ็นเซอร์
กล้อง Fusion Ultra Wide 48MP ซึ่งเป็นกล้องแบบเดียวกับที่อยู่บน iPhone 18 Pro มอบมุมมองภาพที่กว้างขึ้นและทำให้ถ่ายภาพมาโครได้ ขณะที่กล้องหน้า Center Stage สามารถถ่ายภาพและวิดีโอได้ทุกแนวโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้จึงไม่ต้องหมุน iPhone เพื่อถ่ายเซลฟี่ในแนวนอน สไตล์ภาพถ่ายที่อัปเกรดใหม่พร้อมการควบคุมพื้นผิวและเกรนใหม่ช่วยให้ผู้ใช้ปรับลุคที่ต้องการได้ละเอียดขึ้น และควบคุมการสร้างสรรค์ภาพถ่ายได้ยิ่งกว่าเดิม3 ส่วนกล้อง FaceTime ใหม่ที่อยู่ใต้จอภาพด้านในช่วยให้ผู้ใช้ต่อติดกับเพื่อนๆ และครอบครัวได้ไม่ว่าจะถือ iPhone Duo แบบกางเปิดหรือวางบนอะไรสักอย่างเพื่อโทรแบบแฮนด์ฟรี
กล้อง FaceTime ใหม่ที่อยู่ใต้จอภาพด้านในช่วยให้ผู้ใช้ต่อติดกับเพื่อนๆ และครอบครัวได้เสมอ ไม่ว่า iPhone Duo จะเปิดกางออกหมดหรือวางตั้งขึ้นแบบแฮนด์ฟรี ส่วนการถ่ายด้วยกล้องคู่จะแชร์ภาพจากกล้องหน้าและกล้องหลังไปพร้อมๆ กัน และยังมี Duo FaceTime ที่ให้คนอื่นๆ เข้าร่วมการสนทนาบนจอภาพด้านนอกได้
ดีไซน์แบบพับได้พร้อมจอภาพคู่ปลดล็อคประสบการณ์ด้านกล้องในแบบที่ไม่มี iPhone รุ่นไหนทำได้
- คุณสมบัติถ่ายภาพอัจฉริยะจะช่วยให้ผู้ใช้ไม่พลาดโอกาสในการเป็นส่วนหนึ่งของภาพ โดยไม่ต้องคอยอยู่หลังชัตเตอร์หรือรีบวิ่งเข้าเฟรมให้ทันนาฬิกาจับเวลาอีกต่อไป โดยโมเดล AI บนอุปกรณ์ที่ทำงานบนชิป A20 Pro จะวิเคราะห์ฉากแบบเรียลไทม์และจับภาพโดยอัตโนมัติเมื่อตัวแบบโพสท่า
- ผู้ใช้สามารถถ่ายเซลฟี่ด้วยกล้องหลังที่มีความละเอียดสูงขึ้นและดูตัวอย่างช็อตนั้นบนจอภาพด้านนอกได้
- คุณสมบัติ Duo Preview จะแสดงภาพตัวอย่างแบบสดๆ บนจอภาพด้านนอก ซึ่งช่วยให้ตัวแบบจัดท่า เช็คเฟรม และกำหนดได้ว่าจะให้ภาพออกมาแบบไหน
- คุณสมบัติดึงดูดสายตาเด็กจะเล่นแอนิเมชั่นจาก Peanuts บนจอภาพด้านนอกเพื่อดึงดูดความสนใจของเด็กๆ ให้มองไปที่กล้อง
- คุณสมบัติ Duo FaceTime ช่วยให้คนที่อยู่ใกล้ๆ ผู้ใช้เข้าร่วมวิดีโอคอลบนจอภาพด้านนอกได้ ทุกคนจึงสามารถแชร์ช่วงเวลานั้นๆ โดยไม่ต้องเบียดกันอยู่บนหน้าจอเดียว
ดีไซน์แบบพับและจอภาพคู่ของ iPhone Duo ช่วยให้ผู้ใช้มีวิธีใหม่ๆ ที่สนุกสนานในการใช้กล้องซึ่งไม่สามารถทำได้บน iPhone รุ่นอื่นๆ
iPhone Duo รองรับการบันทึกวิดีโอ Dolby Vision ระดับ 4K ที่ 120 fps ด้วยกล้อง Fusion Main 48MP ซึ่งช่วยปลดล็อคเอฟเฟ็กต์สโลว์โมชั่นที่สวยสะกดตาโดยการปรับความเร็วในการเล่น และวันนี้ผู้ใช้ยังสามารถใส่เอฟเฟ็กต์ภาพยนตร์หลังจากถ่ายเสร็จแล้วซึ่งทำได้สูงสุดที่ 60 fps ส่วนคุณสมบัติการผสมเสียงก็มาพร้อมอัลกอริทึมใหม่ที่ทำให้เสียงพูดมีคุณภาพสูงขึ้น แถมตอนนี้ยังแยกเสียงเพลงได้อีกด้วย ไทม์แลปส์รองรับ HDR ในแบบ Dolby Vision ระดับ 4K และผู้ใช้สามารถตั้ง iPhone Duo ได้โดยไม่ต้องมีขาตั้ง จึงสามารถบันทึกวิดีโอขนาดยาวได้ง่ายๆ
ประสบการณ์ iOS ที่พลิกโฉมมาใหม่แต่ยังคงความคุ้นเคย
iOS 27 นั้นสร้างมาเพื่อ iPhone Duo โดยเฉพาะ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ใช้ง่ายและคุ้นเคย พร้อมเปิดประสบการณ์วิธีใหม่ๆ ในการใช้งาน iPhone วันนี้ ตัวควบคุมในหน้าจอล็อค, Dock ในหน้าจอโฮม รวมถึงการไปยังส่วนต่างๆ และตัวควบคุมภายในแอปจะแสดงอยู่ที่ด้านข้าง เพื่อเพิ่มพื้นที่แนวตั้งสำหรับคอนเทนต์ให้มากที่สุด เมื่อกางเปิด จอภาพของ iPhone Duo จะแสดงหน้าจอโฮม 2 หน้าโดยมุมซ้ายจะมีมุมมองวันนี้ซึ่งเป็นรายการวิดเจ็ตแบบปรับแต่งได้ที่สามารถเลื่อนขึ้นลงในแนวตั้ง แถบสถานะมาพร้อมดีไซน์วงกลมแบบยืดหยุ่นซึ่งเข้ากับมุมหน้าจออย่างแนบเนียน โดยจะแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่าง Wi-Fi, ความแรงของสัญญาณเซลลูลาร์, แบตเตอรี่ และอีกมากมาย ในขณะที่ Dynamic Island ก็ได้รับการออกแบบมาใหม่เพื่อให้พอดีกับด้านข้างของจอภาพทั้งด้านนอกและด้านใน โดยจะขยายออกเพื่อแสดงกิจกรรมสดและการเตือนต่างๆ iOS สามารถปรับให้เข้ากับวิธีใหม่ๆ ในการใช้ iPhone Duo ได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด โดยคอนเทนต์จะตอบสนองเมื่อพับ ปรับแนวเมื่อหมุนด้านข้าง และสลับไปยังจอภาพที่เหมาะสมเมื่อพลิกกลับด้าน
แอปของ Apple ได้รับการปรับแต่งมาสำหรับ iPhone Duo โดยเฉพาะ และนักพัฒนาสามารถปรับแอปของตนได้ง่ายๆ โดยใช้อินเทอร์เฟซ API ใหม่และที่อัปเดตล่าสุดใน SDK รุ่นล่าสุด รวมถึงการรองรับ iPhone Duo ใน Device Hub ใน Xcode ที่กำลังจะเปิดให้ใช้งาน แอปของบริษัทอื่นอย่าง Netflix, Zoom และ Slack ต่างก็ใช้ประโยชน์จากดีไซน์แบบพับอยู่แล้ว เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่เต็มอิ่มสมจริง โดยใช้ประโยชน์จากจอภาพที่ใหญ่ขึ้นและวิธีใหม่ๆ ในการใช้ iPhone Duo อย่างเต็มที่
จอภาพขนาดใหญ่ช่วยอัดฉีดพลังแรงให้กับการทำงาน โดยให้ผู้ใช้ทำอะไรๆ ได้มากขึ้นในคราวเดียวด้วยความสามารถใหม่ๆ ในการทำงานมัลติทาสก์ คุณสมบัติอย่าง Split View ช่วยให้ผู้ใช้เปิดแอปสองแอปข้างกันบน iPhone ได้เป็นครั้งแรก และผู้ใช้ยังสลับไปมาระหว่างแอปได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเปิดสองหน้าต่างของแอปเดียวกัน เช่น Safari และบันทึกแอปเป็นคู่ๆ เพื่อกลับมาใช้งานในภายหลัง
โหมดสแตนด์บายได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่บน iPhone Duo โดยเมื่อวาง iPhone Duo ลงบนจอภาพด้านนอกหรือด้านใน หน้าจอจะเข้าสู่โหมดสแตนด์บายแม้จะไม่ได้ชาร์จอยู่ เพื่อเปลี่ยนอุปกรณ์ให้กลายเป็นกรอบรูป ศูนย์กลางสำหรับวิดเจ็ต นาฬิกา และอีกมากมายได้ นอกจากนั้นยังมีหน้าปัดปฏิทินและหน้าปัดสภาพอากาศใหม่ที่เข้ามาเสริมจากหน้าปัดนาฬิกาและหน้าปัดโมดูลาร์ที่มีอยู่เดิม ในขณะที่หน้าปัดรูปภาพได้รับการอัปเดตให้แสดงอัลบั้มที่แชร์ได้ด้วย โดยทุกหน้าปัดมาพร้อมตัวเลือกในการปรับแต่งแบบลงลึกยิ่งขึ้น ทั้งสีสัน ฟอนต์ และกลไกหน้าปัดใหม่ๆ
ประสิทธิภาพระดับโปรด้วยชิป A20 Pro และการจัดการความร้อนสุดล้ำ
iPhone Duo ขับเคลื่อนด้วยชิป A20 Pro ซึ่งเป็นชิปเดียวกับที่ใช้ใน iPhone 18 Pro และยังมาพร้อมระบบจัดการความร้อนที่ล้ำสมัย จึงมีประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่องดีขึ้นสูงสุด 35% เมื่อเทียบกับ iPhone 17 Pro ส่วนแพ็คเกจชิปใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Apple Silicon ตระกูล M ก็เชื่อมต่อชิป A20 Pro เข้ากับ Vapor Chamber แบบเฉพาะโดยตรง ซึ่งช่วยกระจายความร้อนและเป็นขุมพลังให้กับการทำงานมัลติทาสก์ การเล่นเกม และเวิร์กโหลดด้าน AI ที่ซับซ้อน เอนจิ้นจอภาพแบบใหม่ช่วยขับเคลื่อนจอภาพทั้งด้านในและด้านนอกพร้อมกัน และมอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลเมื่อผู้ใช้สลับไปมาระหว่างจอ CPU แบบ 6-core ซึ่งเร็วกว่าชิป A19 Pro สูงสุด 20% เป็น CPU ที่เร็วที่สุดในสมาร์ทโฟน ส่วน GPU แบบ 7-core ก็เร็วขึ้นสูงสุด 40% และประหยัดพลังงานมากขึ้น ขณะที่ Neural Engine 16-core แบบคู่ใหม่ก็มีพลังการประมวลผลสูงขึ้น 2 เท่าสำหรับการใช้โมเดล AI บนอุปกรณ์ นอกจากนี้ชิป A20 Pro ยังมีแบนด์วิดท์หน่วยความจำแบบรวมสูงขึ้น 50% และสร้างขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิต 2 นาโนเมตรล่าสุด
แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ตลอดวันอย่างน่าประทับใจ
iPhone Duo ได้รับการออกแบบมาให้มีแบตเตอรี่พลังงานสูงติดตั้งอยู่ด้านละ 1 ก้อนเพื่อเพิ่มความจุสูงสุดโดยใช้พื้นที่ภายในอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการผสมผสานระหว่าง Apple Silicon และอัลกอริทึมที่ปรับสมดุลพลังงานทำให้แบตเตอรี่ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ผู้ใช้จึงเล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 31 ชั่วโมงเมื่อใช้จอภาพด้านใน เล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 44 ชั่วโมงเมื่อใช้จอภาพด้านนอก และใช้งานได้นานสูงสุด 24 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้งเมื่อใช้จอภาพทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียมกัน4 นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถชาร์จเร็วโดยที่ iPhone Duo สามารถชาร์จได้สูงสุด 50% ในประมาณ 20 นาที หรือชาร์จแบบไร้สายได้สูงสุด 50% ในประมาณ 30 นาทีด้วยที่ชาร์จ MagSafe หรือ Qi25
ความสามารถแบบไร้สายอันทรงพลัง
iPhone Duo มาในดีไซน์ที่ใช้ได้เฉพาะ eSIM เท่านั้นทั่วโลก ซึ่งเป็นการประหยัดพื้นที่ภายในเพื่อเพิ่มความจุของแบตเตอรี่ให้ได้มากที่สุด6 eSIM มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ปลอดภัยกว่าเดิม และยังเชื่อมต่อได้ราบรื่นไม่มีสะดุด เมื่อเทียบกับซิมการ์ดจริงแบบเดิม แถมยังเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมที่รองรับโดยผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ทั่วโลกมากกว่า 500 ราย ซึ่งรวมถึง AIS และ True-dtac
ชิประบบเครือข่ายไร้สาย N1 ที่ออกแบบโดย Apple ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับ Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และ Thread ในขณะที่ระบบโมเด็มระบบเซลลูลาร์เจเนอเรชั่นถัดไปของ Apple อย่าง C2 ก็ช่วยยกระดับคุณภาพและความเสถียรของระบบเซลลูลาร์ให้ดียิ่งขึ้นด้วยขุมพลังจาก AI
อุปกรณ์เสริมใหม่ที่สวยงาม
Apple เปิดตัวอุปกรณ์เสริมใหม่ๆ ที่สวยงามเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์แบบให้กับ iPhone Duo ได้แก่ iPhone Duo Folio ซึ่งมีให้เลือกในสีนาวีบลูและสีน้ำตาลอมเทา โดยมาพร้อมขาตั้งในตัวที่ปรับองศาได้หลากหลาย จึงเหมาะสำหรับการอ่าน ดูคอนเทนต์ หรือ FaceTime และพับเก็บได้อย่างเรียบร้อยเมื่อไม่ใช้งาน ส่วนเคส iPhone Duo มีให้เลือกในสีทรายและสีนาวีบลู โดยมาในดีไซน์แบบสองชิ้นที่ทั้งบางและเบา พร้อมปกป้องตัวเครื่องทั้งสองด้าน เคสทั้งสองรุ่นสามารถใช้งานกับที่ชาร์จ MagSafe, ที่ชาร์จที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Qi2 25 วัตต์ และที่ชาร์จที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Qi ได้ และยังมอบประสบการณ์การยึดติดที่มหัศจรรย์และการชาร์จแบบไร้สายที่รวดเร็วด้วยแม่เหล็กในตัวที่ประกบเข้ากับ iPhone Duo ได้อย่างลงตัว
iPhone Duo กับสิ่งแวดล้อม
iPhone Duo สร้างมาโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และทำให้ Apple ขยับเข้าใกล้เป้าหมายตามแผนการอันมุ่งมั่นที่จะทำให้ฟุตพริ้นต์ทั้งหมดมีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030 โดยผลิตขึ้นจากวัสดุรีไซเคิลโดยรวม 35%7 ไม่ว่าจะเป็นโคบอลต์รีไซเคิล 100% ในแบตเตอรี่ และไทเทเนียมรีไซเคิล 100% ในฝาครอบบานพับที่พิมพ์แบบ 3 มิติ นอกจากนี้การผลิต iPhone Duo ทั่วทั้งซัพพลายเชนยังใช้พลังงานหมุนเวียน 60% เช่น ลมและแสงอาทิตย์ และเป็นไปตามมาตรฐานระดับสูงของ Apple ในด้านการประหยัดพลังงานและความปลอดภัยทางเคมี ส่วนบรรจุภัณฑ์กระดาษก็ใช้เยื่อไม้ทั้งหมด 100% เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ Apple ทั้งหมด 8และรีไซเคิลที่บ้านได้ง่ายๆ
ราคาและการวางจำหน่าย
- iPhone Duo มีให้เลือกในสีสตาร์ไวท์และสีไนท์สกาย โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 79,900 บาท ในรุ่นความจุ 256GB, 512GB, 1TB และ 2TB นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกผ่อนชำระ 0% สูงสุด 10 เดือน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ apple.com/th/shop/browse/finance/installment
- ลูกค้าในกว่า 70 ประเทศและภูมิภาค รวมถึงออสเตรเลีย, บราซิล, แคนาดา, จีน, โคลอมเบีย, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อินเดีย, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, เม็กซิโก, สิงคโปร์, เกาหลีใต้, ตุรกี, ประเทศไทย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา และเวียดนามจะสามารถสั่งซื้อ iPhone Duo ล่วงหน้าได้ เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม เวลา 19:00 น. ประเทศไทย และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม iPhone Duo จะวางจำหน่ายในอีก 28 ประเทศและภูมิภาค เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม
- เคส iPhone Duo จะวางจำหน่ายในราคา 2,790 บาท ในสีนาวีบลูและสีทราย และเคส iPhone Duo Folio พร้อมขาตั้งจะวางจำหน่ายในราคา 4,490 บาท ในสีนาวีบลูและสีน้ำตาลอมเทา เคส iPhone Duo และ iPhone Duo Folio พร้อมขาตั้งจะพร้อมให้สั่งซื้อเริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม
- iPhone Duo จะวางจำหน่ายโดยมาพร้อมกับ iOS 27.1 คุณสมบัติบางประเภทอาจใช้ไม่ได้ในบางภาษาหรือบางภูมิภาค และความพร้อมใช้งานอาจแตกต่างกันไปตามกฎหมายและข้อบังคับท้องถิ่น ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความพร้อมใช้งานได้ที่ apple.com/th
- AppleCare มอบบริการช่วยเหลือที่ยอดเยี่ยม โดยมาพร้อมตัวเลือกที่ยืดหยุ่นสำหรับผู้ใช้ Apple ลูกค้าสามารถเลือก AppleCare+ เพื่อคุ้มครอง iPhone เครื่องใหม่ หรือเลือก AppleCare One เพื่อคุ้มครองอุปกรณ์หลายเครื่องในแผนเดียวที่ใช้งานได้ง่าย โดยทั้งสองแผนมาพร้อมการรับประกันสำหรับอุบัติเหตุอย่างการตกกระแทกและทำน้ำหกใส่ การคุ้มครองกรณีโจรกรรมและสูญหายสำหรับอุปกรณ์ที่เข้าเกณฑ์ บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ และสิทธิพิเศษในการติดต่อขอความช่วยเหลือจาก Apple Experts ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ apple.com/th/applecare
- แผนบริการ iCloud+ เริ่มต้นเพียง 35 บาท ต่อเดือน และเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้สำหรับจัดเก็บรูปภาพ วิดีโอ ไฟล์ และอื่นๆ อย่างปลอดภัยในระบบคลาวด์ และเข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์ นอกจากนี้ iCloud+ ยังมอบสิทธิ์เข้าถึงคุณสมบัติระดับพรีเมี่ยม เช่น การสร้างกิจกรรมในแอป Apple Invites รวมถึง Private Relay, ซ่อนอีเมลของฉัน โดเมนอีเมลแบบกำหนดเอง และวิดีโอ HomeKit เพื่อความปลอดภัย คุณสมบัติการแชร์กันในครอบครัวให้ผู้ใช้แชร์การสมัครสมาชิกกับสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ได้สูงสุด 5 คนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ดูข้อมูลเพิ่มเติมและความพร้อมใช้งานของคุณสมบัติได้ที่ apple.com/th/icloud และ apple.com/th/ios/feature-availability
แชร์บทความ
Media
-
เนื้อหาของบทความนี้
-
รูปภาพในบทความนี้
- จอภาพมีมุมมนที่รับกับดีไซน์แบบโค้งอันงดงาม และมุมทั้งหมดนี้อยู่ในสี่เหลี่ยมมุมฉากมาตรฐาน และเมื่อวัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากมาตรฐานแล้ว หน้าจอภายในจะมีขนาด 7.58 นิ้วในแนวทแยง และหน้าจอภายนอกจะมีขนาด 5.36 นิ้วในแนวทแยง พื้นที่สำหรับการดูจริงมีขนาดเล็กกว่า
- iPhone Duo มีความสามารถในการทนน้ำ น้ำที่กระเด็นใส่ และฝุ่น ซึ่งผ่านการทดสอบภายใต้สภาวะในห้องปฏิบัติการที่ได้รับการควบคุม โดยมีการป้องกันอยู่ที่ระดับ IP68 ตามมาตรฐาน IEC 60529 (ความลึกไม่เกิน 6 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที) ความสามารถในการทนน้ำ น้ำที่กระเด็นใส่ และฝุ่นจะไม่คงอยู่ถาวร ซึ่งความสามารถดังกล่าวอาจลดลงจากการใช้งานตามปกติ ห้ามชาร์จ iPhone ในขณะที่เครื่องยังเปียกอยู่ โปรดดูคำแนะนำเกี่ยวกับการทำความสะอาดและการทำให้แห้งในคู่มือผู้ใช้ การรับประกันไม่ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากของเหลว
- การควบคุมพื้นผิวและเกรนจะพร้อมให้ใช้งานใน iOS 27 บน iPhone รุ่นที่รองรับคุณสมบัติสไตล์ภาพถ่ายเจเนอเรชั่นล่าสุด ดูรุ่นที่รองรับ
- Apple ทำการทดสอบในเดือนสิงหาคม 2026 โดยใช้เครื่อง iPhone Duo รุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์ และมีการสมัครใช้งานเครือข่ายของผู้ให้บริการเครือข่าย LTE และ 5G รวมถึงใช้โปรไฟล์การใช้งานที่สะท้อนถึงการใช้งานของผู้ใช้ การใช้งานทั่วไปอ้างอิงจากค่าการใช้งานมัธยฐานของผู้ใช้ iPhone และแสดงให้เห็นถึงการใช้งานแอปพลิเคชันหลากหลายประเภททั้งแบบพาสซีฟและแอ็คทีฟ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการรับส่งข้อความ รูปภาพ เพลง โซเชียลมีเดีย การสตรีมวิดีโอ เกม การท่องเว็บ และการนำทาง โดยการใช้งานทั่วไปของ iPhone Duo อ้างอิงจากการใช้งานจอภาพด้านในและด้านนอกในสัดส่วนที่เท่ากัน ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่แตกต่างกันไปตามการใช้งาน การปรับแต่งอุปกรณ์ เครือข่ายเซลลูลาร์ ความแรงของสัญญาณ และปัจจัยอื่นๆ โดยผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างออกไปตามการใช้งาน
- Apple ทำการทดสอบในเดือนกรกฎาคม 2026 โดยใช้เครื่อง iPhone Duo รุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์ และสายชาร์จ USB-C หรือที่ชาร์จ Apple MagSafe อย่างใดอย่างหนึ่ง (1 เมตร รุ่น A3502 และ 2 เมตร รุ่น A3503) โดยทั้งคู่ใช้อะแดปเตอร์แปลงไฟแบบไดนามิกของ Apple ขนาด 40 วัตต์ที่มีกำลังไฟสูงสุด 60 วัตต์ (รุ่น A3351) รองรับการชาร์จเร็วแบบใช้สาย ด้วยสาย USB-C ที่รองรับกำลังไฟ 60 วัตต์ (หรือสูงกว่า) และอะแดปเตอร์แปลงไฟ USB PD ทดสอบการชาร์จเร็วด้วยเครื่อง iPhone Duo ที่แบตเตอรี่หมดและกางเปิดอยู่ จับเวลาตั้งแต่ที่โลโก้ Apple ปรากฏขึ้นเมื่อเครื่องเริ่มทำงาน เวลาในการชาร์จแตกต่างกันตามอะแดปเตอร์ การตั้งค่า การใช้งาน และปัจจัยด้านสภาวะแวดล้อม และผลลัพธ์จริงจะแตกต่างออกไป อะแดปเตอร์ที่มีกำลังไฟ 60 วัตต์หรือสูงกว่า (มีจำหน่ายแยกต่างหาก) ต้องใช้ร่วมกับสายชาร์จ USB-C และอะแดปเตอร์ที่มีกำลังไฟ 35 วัตต์หรือสูงกว่า ต้องใช้ร่วมกับที่ชาร์จ MagSafe (ทั้งคู่มีจำหน่ายแยกต่างหาก)
- การใช้งาน eSIM จำเป็นต้องมีผู้ให้บริการที่รองรับ eSIM และแผนบริการระบบไร้สาย โปรดสอบถามรายละเอียดจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ apple.com/esim
- วัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุหมุนเวียนในผลิตภัณฑ์หมายถึง มวลของวัสดุรีไซเคิลที่ได้รับการรับรอง เมื่อเทียบกับมวลทั้งหมดของผลิตภัณฑ์ ซึ่งไม่รวมบรรจุภัณฑ์หรืออุปกรณ์เสริมภายในกล่อง
- แจกแจงรายละเอียดของบรรจุภัณฑ์ตามน้ำหนักสำหรับการจำหน่ายปลีกในสหรัฐอเมริกา ในขณะที่สารยึดติด หมึกพิมพ์ และตัวเคลือบไม่ได้นำมารวมในการคำนวณวัสดุที่เป็นพลาสติกและน้ำหนักของบรรจุภัณฑ์